
คุรุสัมมนาคาร
เทคโนโคราช
สถาบันเทคโนโลยี-
ราชมงคล วิทยาเขตภาตตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา มีอาคารหลังเล็ก
รูปทรงอาคาร หวือหวาแปลกตา และน่าสนใจ แม้ว่าสร้างมานานหลายปีแล้วก็ตาม
นักศึกษาเรียกขานอาคารหลังนี้ว่า คุรุสัมมนาคาร อาคารเปิดโล่งคล้ายศาลาหลังคารูปหกเหลี่ยมคลุมพื้นที่สำหรับการแสดงหรือการประชุมนักศึกษาได้ถึง
200-300 คน โดยมีเสารับหลังคาเพียงสามต้น สำหรับโครงสร้างช่วงกว้างขนาดยี่สิบกว่าเมตร
อาคารเปิดโล่งเพื่อการระบายอากาศ มีผนังบ้างตามตำแหน่งที่เหมาะกับการใช้สอยคือ
เพื่อบังตา และช่วยเรื่องเสียง ถ้าผนังปูด้วยหินทรายแดงโคราช
จะช่วยสะท้อนเสียงส่วนที่เป็นไม้มะค่า ก็จะช่วยดูดซับเสียง
วทัญญู ณ ถลาง และ นคร ศรีวิจารณ์ เป็นสถาปนิกออกแบบอาคารหลังนี้
เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว โดยเลือกโครงสร้างแบบเปลือกแข็งบาง Thin
Shell ที่โค้งบิด Hyperbolic Paraboloid ทำให้รูปทรงภายนอกไม่ธรรมดา
ส่วนเพดานภายในที่บิดโค้ง ก็ช่วยสะท้อนเสียงได้ดี
ศาลาหลังนี้จึงไม่ต้องง้อเครื่องขยายเสียงแต่อย่างใด
ความยากอยู่ที่การคำนวณจำนวนเหล็กเสริมและขนาดความหนาคอนกรีต
รวมทั้งการก่อสร้าง ม.ร.ว.จาตุรสีสาย ชุมพล ผู้เป็นวิศวกร ใช้ความสามารถออกแบบแผ่นคอนกรีตบางเพียงแค่
5-10 เซนติเมตร
ในขณะที่ บริษัท วู ซี ยิน จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องใช้เวลานานถึงสามวัน
สำหรับการเทคอนกรีตหลังคาต่อเนื่องโดยไม่หยุดเพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อ
ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องที่ตั้ง เครื่องจักร และแรงงานในสมัยโน้น
บริเวณโดยรอบอาคารเป็นที่โล่งว่าง ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด มีแต่ต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น
ทำให้ร่มรื่นและร่มเย็น เหมือนบริเวณทั่วไปของสถาบัน ดังนั้น
แม้ไม่ติดตั้งระบบปรับอากาศ แต่อากาศระบายได้ดี อุณหภูมิเย็นสบาย
ช่วยประหยัดพลังงานไปได้มาก
สําหรับคนทั่วไป คุรุสัมมนาคาร อาจเป็นเพียงอาคารเก่าหลังเล็ก
เมื่อเทียบกับอาคารหลังอื่นในเทคนิคโคราช นักศึกษา บุคลากร และคนโคราชเอง
อาจไม่รู้จักหรือไม่สนใจ ทั้งๆ ที่อาคารหลังนี้ดูจะยิ่งใหญ่กว่าอาคารหลังอื่นใดในสถาบัน
หรือแม้ในโคราช
อยากจะเรียกขานอาคารหลังนี้ว่า สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เพราะเป็นฝีมือของคณาจารย์และนักศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคในสมัยนั้น วัสดุก่อสร้างนอกจากปูนและเหล็กแล้ว
ส่วนใหญ่มาจากท้องถิ่น โดยเฉพาะหินทรายแดง และกระเบื้องดินเผาด่านเกวียน
อยากจะเรียกขานอาคารหลังนี้ว่า สถาปัตยกรรมอีสานร่วมสมัย เพราะแม้จะสร้างมานาน
แต่รูปทรงอาคารยังคงทันสมัย ทันสมัยมากกว่าอาคารรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
โดยทั่วไป
อยากจะเรียกขานว่าเป็นสถาปัตยกรรมสีเขียว เพราะการออกแบบพิจารณาถึงที่ตั้งและสภาพแวดล้อม
เลือกใช้วัสดุที่ใช้มาจากธรรมชาติ หรือผลิตจากวัสดุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการผลิตเพียงเล็กน้อย การก่อสร้างไม่ใช้พลังงานมากนัก
และไม่ก่อเกิดขยะหรือมลพิษ การใช้อาคารก็ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือใช้พลังงานมากเช่นกัน
อาคารมีความมั่นคงแข็งแรงและใช้งานได้นานหลายสิบปี
คุ้มค่ากับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
หากอาคารหลังนี้ตั้งอยู่ในต่างประเทศ คงจะเป็นอาคารตัวอย่าง เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่น
เป็นอาคารอนุรักษ์ และเป็นสมบัติของชาติในฐานะมรดกสถาปัตยกรรมไปแล้ว
บังเอิญว่า อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ในโคราช เลยอยู่เงียบๆ ไม่มีใครรู้จัก
แม้กระทั่งคนอีสานบ้านเฮา
ปริญญา ตรีน้อยใส
|