หน้าแรก

 

 

เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว ต้นเดือนธันวาคม ปี 2544 ณ โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีกลุ่มคนหนุ่มสาว กลุ่มหนึ่ง 20 กว่าชีวิต ได้เดินทางมาจากแดนไกล เป็นระยะทาง กว่า 500 กิโลเมตร ทุก ๆ คนมาพร้อมกับความหวัง อย่างเต็มเปี่ยม ความหวังที่จะนำความสุขที่มีอยู่ ความสุขที่รวบรวมกันได้ มามอบให้กับเด็กนักเรียน ในโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนั้น

นี่คือ.. การเริ่มต้น

และ นี่คือ .. ก้าวแรก " ตะโกรายสัมพันธ์ "

วันที่ 1 ธันวาคม 2544

โรงเรียนบ้านหนองเปลือยตาแสง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ในเช้านี้ สายลมหนาวผ่านพลิ้วมาเบา ๆ แม้เป็นวันที่อากาศหนาวเย็น แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ที่เกิดขึ้นในหัวใจ ความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าจากการเดินทางมาตลอดทั้งคืน ได้หมดลงไปทันที เมื่อได้รับการทดแทนจากรอยยิ้ม จากการต้อนรับอย่างอบอุ่น จาก คณะครูอาจารย์ นักเรียน และ ผู้ปกครอง

ในเช้านี้ พวกเราได้นั่งล้อมวงกันทานอาหารเช้าที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับ เป็นการนั่งล้อมวงกันแบบง่าย ๆ แต่เป็นบรรยากาศที่อบอวนไปด้วยมิตรภาพ และ เป็นอาหารเช้าที่แสนประทับใจอย่างยิ่ง

ย้อนหลังไปเมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ โครงการตะโกรายสัมพันธ์ ได้จุดประกายขึ้น

เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

จากแนวความคิด ในการการช่วยเหลือสังคม มีอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา เป็นช่วงชีวิตแห่งการแสวงหาจุดหมาย เป้าหมาย ให้กับตัวเอง ในเรื่องการศึกษา และ การทำงาน จนถึงวันนี้ี้ ทุก ๆ คนคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม แล้ว

หลาย ๆ คน ได้จบการศึกษาในที่ ๆ ที่ตนเองหวังและตั้งใจ และ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง พอมีกำลัง กันแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำความดี ตอบแทน สังคม

ด้วย พลังความรัก ความสามัคคี และ ความผูกพัน ที่ทุกคนมี ต่อกัน

ี่ทุกคนมีความ "ความเชื่อมั่น" เชื่อมั่นว่า พวกเราจะทำได้ เชื่อมั่นว่า " ตะโกรายสัมพันธ์ " จะต้องเกิดขึ้นให้ได้

และ ในวันนี้ "ตะโกรายสัมพันธ์ " ได้เกิดขึ้นแล้ว

พลังความรัก ความสามัคคีได้ถูกผันแปร พลังงานแห่งความดี แล้ว จาก ความร่วมมือ ร่วมใจของทุก ๆ คน

ตะโกรายสัมพันธ็์ ที่เกิดขึ้นนี้ คงไม่มี คำใหน จะให้ความหมาย และ ทำให้กิจกรรมเกิดขึ้นได้ มากไปกว่า คำว่า " รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง " เป็นสามคำที่ ทุกคนให้เกียรติ ยึดถือ และ เคารพ มาตลอด เป็นความเคารพ และ ให้เกียรติ ระหว่างกันและกัน ระหว่าง พี่ เพื่อน และ น้อง ..

ในเช้านี้ ทุกคนได้แสดงพลังความสามัคคี กันอีกครั้ง

ทุกคน มารวมกันที่ ลานสนามวอลเล่ย์บอล ซึ่งเป็นสถานที่ทำกิจกรรม ในครั้งนี้ ทุก ๆ คนช่วยกันจัดเตรียม อุปกรณ์ การเรียน กีฬา เสื้อผ้านักเรียน, เสื้อผ้าผู้ปกครอง, กระติกน้ำ,ขนม และ สิ่งของพวกเราได้จัด เตรียมมา แจกจ่ายให้กับนักเรียนเป็นจำนวนมาก

หลังจากที่ทุกคนได้มาพร้อมกันที่ ลานคอนกรีต แล้ว ท่านผู้อำนวยการ คือ ท่าน ผอ.โสภิดา แสงอำไพ ได้กล่าวต้อนรับ

" ขอกล่าวต้อนรับ ชาวตะโกรายสัมพันธ์ ทุก ๆ ท่าน ทางโรงเรียนบ้านหนองเปลือยตามแสง รู้สึกเป็นเกียรติและ ยินดี อย่างยิ่ง ที่ ชาวตะโกรายสัมพันธ์ ได้เดินทางมาในครั้งนี้ นักเรียนที่นี่ เฝ้ารอ วันนี้ และ ขอให้ทุกคนที่มีความสุข สนุกสนาน ในวันนี้ และ ตั้งมั่นทำกิจกรรม ที่ดีอย่างนี้ ร่วมกันต่อไป "

ภายหลังจากท่าน ผอ. ได้กล่าว ต้อนรับและได้แนะนำกลุ่ม คณะอาจารย์ แต่ละคนแล้ว ประธานชมรมตะโกรายสัมพันธ์ ได้กล่าวถึง วัตถุประสงค์ - เป้าหมายของกิจกรรม และ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับ

กล่าวมอบ อุปกรณ์ การเรียน กีฬา และ สิ่งของที่ได้จัดเตรียมมา เมื่อ เสร็จสิ้นการมอบอุปกรณ์การเรียน แล้ว ก้ได้เชิญตัวแทนผู้ปกครอง ก็มารับมอบ เสื้อผ้า เครื่อง นุ่งห่ม ผมเห็นรอยยิ้ม จากผู้ปกครองทุก ๆ คน แม้จะไม่ใช่เสื้อผ้าที่ใหม่ ยินดี ที่จะรับเสื้อผ้าเหล่านี้อย่างเต็มใจ

เสร็จจาก พิธีการต้อนรับ และ การมอบอุปกรณ์ การเรียน แล้ว ทาง ผู้อำนวยการ ได้เปิดโอกาสให้พวกเรา ตะโกรายสัมพันธ์ ได้สนุกสนานอย่งเต็มที่กับ น้อง ๆ นักเรียน

ชุดนักเรียนใหม่, กระติกน้ำ (บริษัทนูไลส์ ), สมุด, หนังสือ , ขนม และ ของเล่นจำนวนมากมาย ได้ทำการส่งมอบให้กับเด็ก ๆ โดย พี่ ๆ ตะโกรายสัมพันธ์ ทุก ๆ คนได้ผลัดเปลี่ยนไปแจกจ่ายให้กับ น้อง ๆ ซึ่งทุก ๆ คนก็ได้ช่วยกันจัดเตรียมกันอย่างขมักเขม้น

เมื่อเด็ก ๆ ทุกคนได้รับชุดนักเรียนกันครบแล้ว ก็ถึงเวลา สนุกสนาน โดยทุก ๆ คนได้ร่วมเล่นเกมส์ ,ร้องเพลง , และตอบคำถาม เพื่อรับรางวัล

เด็กนักเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่ กล้าแสดงออก โดยดูได้จากการ รายงานตัว และ ร้องเพลง และ การเต้นประกอบเพลง ทุกคนกล้าที่จะพูด และ กล้าที่จะยกมือตอบคำถาม ผมว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอยากจะได้ขนมหรือของเล่น แต่ ที่สำคัญ ความกล้าแสดงออกนี้ คงเกิดจากการ บ่มสอนของครู อาจารย์ มากกว่า

พวกเราได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ จากเด็กๆ ทุก ๆ คน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เชื่อว่า นี่คือ ห้วงเวลาหนึ่ง ที่เด็ก ๆ หลายคนได้จดจำไว้ในความทรงจำ ไม่ต่างไปจากพวกเรา

   

เที่ยงวันนี้ พวกเราตะโกรายสัมพันธ์ ได้เลี้ยงอาหาร น้อง ๆ นักเรียน ซึ่งก็มีอาหาร ที่พวกเราได้จัดเตรียมมา จาก กรุงเทพฯ น้องนักเรียน หลาย ๆ คนคงไม่เคยได้กิน "หมี่เขียว น่องไก่ตุ๋น" ก็ได้ลิ้มลองรสชาด อาหารที่แปลกใหม่ในวันนี้

อิ่มอร่อย กันทุกคน สำหรับ อาหารมื้อเที่ยงนี้

อาคาร “ ตะโกรายสัมพันธ์ 2544” ได้เกิดขึ้นจาก เงินทุนที่พวกเราทุกคน ได้เก็บรวบรวมกันมา ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ที่ได้มีความคิดริเริ่มโครงการ และ ได้ร่วมกับเงินทุนที่ทางคณะครู อาจารย์ ร่วมกันสรรหาเข้ามา เพื่อให้อาคาร ตะโกรายสัมพันธ์ หลังใหมนี้เกิดขึ้น และ ที่สำคัญ ก็คือ ความร่วมมือ ร่วมใจกัน ของ ผู้ปกครองบ้านหนองเปลือย ,บ้านตาแสง แห่งนี้ที่เป็นผู้ทำให้ เด็ก ๆ ได้มีที่ เรียนรู้แห่งใหม่ และ จะเป็นสถานที่รับประทานอาหารกลางวันแห่งใหม่ของพวกเขาด้วย

ถึง แม้จะเป็นสิ่งก่อสร้างเล็ก ๆ แต่มันยิ่งใหญ่ในหัวใจพวกเรา ทุกคน

ตอนบ่ายนี้ พวกเรามีกิจกรรม เชื่อมความสัมพันธ์ กับทางโรงเรียนคือ ได้ร่วมเล่นตะกร้อ กับ ทางคณะครูอาจารย์ ู ซึ่งก็มีกองเชียร์ ที่นั่งเชียร์ อยู่ข้าง ๆ สนามเป็นจำนวนมาก ทั้งเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ในการแข่งขันเป็นเกมส์ที่ สนุกสนาน คู่คี่สูสี จนต้องตัดสินกันในเซ็ตที่สาม ซึ่งเราก็พ่ายแพ้ ไป แต่ก็ได้สร้างความประทับใจ ให้กับทีมคู่แข่งขัน และ กองเชียร์ เป็นอย่างยิ่ง

 

ตอนเย็น ทางโรงเรียนได้จัดเลี้ยงอาหาร เพื่อแสดงความขอบคุณ พวกเราทุกคน ซึ่งก็ใช้ลานคอนกรีต ที่เดิมนี้ เป็นสถานที่ในการจัดเลี้ยง

ปูเสื่อ นั่งกับพื้น ภายใต้แสงดาว และ ลมหนาว เป็นบรรยากาศสบาย ๆ และ เป็นกันเอง

อาหารในช่วงเย็นนี้ เป็น ปลานิลเผา ที่ได้จาก สระน้ำ ที่อยู่หลังโรงเรียนนี่เอง ซึ่ง นักเรียนทุก ๆ คนได้ ช่วยกันลงไปหามาเองโดยวิธีทอดแห เมื่อตอนบ่าย ๆ ผมได้เห็นการจับปลาที่สระนี้ ทำให้ผมคิดว่า เด็ก ๆ ในชนบทจะเรียนการเอาตัวรอด และ การช่วยเหลือตัวเอง เก่งกว่า เด็กที่อยู่ในเมือง แต่ก็คงเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก เพราะ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่ยังไง เด็ก ก็ คือ เด็ก ไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือ ในเมือง การได้รับความรัก ความอบอุ่น, การได้รับการเรียนรู้ และ การอบรมสั่งสอนแต่สิ่งที่ดี ๆี จากผู้ใหญ่ จะทำให้ พวกเขา เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ต่อตนเอง ,ต่อสังคม และ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติได้ และ ที่สำคัญผู้ใหญ่จะต้องเป็นตัวอย่าง และ แบบอย่างที่ดี ให้กับพวกเขาเหล่านั้นด้วย

ค่ำคืนนี้ สายลมยังคงพัดพลิ้วผ่าน เบา ๆ อากาศเย็นสบาย เป็นค่ำคืน ที่อบอุ่น และ สนุกสนาน ทุกคนได้ร่วมร้องเพลง มาร์ช วทอ. ร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่ง เพลงนี้ พวกเราเคยร่วมร้อง กันมาแล้ว เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา

" ตะโกราย พรายพลิ้ว ริ้วลมรื่น ยังหยัดยืน รื่นเล่นเพลงรำ วทอ.ก็ร้องเพลงนำ นำเอ๋ยนำคุณงามความดี "

เราอาจไม่สามารถย้อนกลับไปสู่ อดีตได้ แต่อย่างน้อยในค่ำคืนนี้ เสียงเพลง ก็ทำให้เราได้คิดถึงวัยเยาว์นั้นอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งหนึ่งในวันที่รับน้องใหม่ รุ่นพี่ได้พา พวกเราร่วมร้องเพลงนี้ ที่สถาบัน และ ที่สถาบันนี้ ที่ทำให้ พวกเราทุก ๆ คนได้มา เจอกัน และ ทำให้

" ผมได้พบเธอ "

ราตรีกาลนี้ สายลมยังคงพัดเย็นสบาย สิ้นเสียงเพลงแล้ว แต่ความทรงจำยังคงอยู่ และคงไม่เลือนลบหายไปอย่างแน่นอน

 

วันที่ 2 ธันวาคม 2544

เช้านี้ก่อนเดินทางกลับ ท่านผู้อำนวยการ ได้ จัดทำ พิธีบายศรี สู่ขวัญ ตามประเพณี ท้องถิ่น อีสาน ให้กับพวกเราทุก คน โดยเชิญพราหมณ์ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาร่วมทำพิธี

ทุก ๆ คนพนมมือ .. ตั้งใจเด้อ .. ผู้นำพิธีกล่าว

" มาเด้อ มาเดอขวัญเอย มาเด้อ มาเดอขวัญเอย. บายศรีสู่ขวัญ ม่วนซื่นเฮฮา เพื่อนพ้องน้องพี่ สักขี ร่วมมา ญาติพี่น้อง พร้อมหน้า มาร่วมงาน ขวัญเอย มาเข้าพาขวัญ พร้อมรำพันและพร่ำเพ้อ พอความละเมอ เพ้อ พร่ำ รำพัน เป็นคำอวยพร สอน ก่อนพาขวัญ ขอเชิญทุกท่าน มาร่วมกัน ยินดี. มื้อนี้..เป็นมื้อสรรค์ วันดี มาเด้อ มาเดอขวัญเอย ขวัญอยู่ไส ขอให้รีบฟ้าวมา มาเด้อ มาเดอขวัญเอย"

ทุก ๆ คน ได้รับการผูกแขน จาก ท่านอาจารย์, ผู้ปกครอง และ พี่ ๆ ร่วม ผูกแขนให้น้อง ๆ ทุกคน ซึ่งทุกคนนอกจากจะได้รับฝ้ายผูกแขนที่ข้อมือแล้ว ก็ได้รับคำอวยพร ซึ่งล้วนมีแตเป็น คำอวยพรที่ ได้รับฟังแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจ และเกิดกำลังใจ ขึ้น มากมาย ..

นี่คือบรรยากาศแห่งความรัก ความอบอุ่น เป็นความอบอุ่นแห่งมิตรภาพ ที่จริงใจ และ ใกล้ชิดกัน เป็นมิตรภาพที่ทุกคนร่วมกันบ่มเพาะ เป็นบรรยากาศ แห่งความสุข และ ประทับใจ

ก่อนร่ำลาและเดินทางกลับ ผู้ปกครองได้มอบ หมอนขิด เป็นที่ระลึกให้กับพวกเราทุก ๆ คน และ ยังมีข้าวเหนียวและทอดหมูอีกคนละชุด ไว้กินบนรถเวลาหิว

เราร่วมกัน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกครั้ง

ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ ถึง วันนี้ เป็นระยะเวลาที่ทุกคนรอคอย " ตะโกรายสัมพันธ์ " ตอนนี้ได้สิ้นสุดของการรอคอย และ พวกเราทุกคนมาถึงจุดหมาย แล้ว

การมาถึงจุดหมาย เป็นเรื่องสำคัญ แต่ พวกเราจะรักษา " ตะโกรายสัมพันธ์ " ไว้ ยาวนานแค่ใหนั้ั่น คือสิ่งที่สำคัญ มากกว่า

" นานแค่ใหนนั้น เวลาเท่านั้น จะเป็นเครื่องพิสูจน์ "

 

ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธา ทุก ๆ ท่านที่ร่วมกันทำให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลงอย่างที่ทุกคนมุ่งหวังและตั้งใจไว้

และ ขอบคุณ เพื่อน พี่ และ น้อง ที่ร่วมกันเดินทาง สู่ ก้าวแรก ตะโกรายสัมพันธ์ และ พวกเราพร้อมที่จะเดินทาง ร่วมกัน.. ร่วมกัน ตลอดไป ..

 

พวกเราปิดโครงการ " ตะโกรายสัมพันธ์ 2544" อย่างแสนประทับใจ และ ทุกคนเก็บความทรงจำที่ดีนี้ไว้

เฝ้ารอคอยลมหนาว หวลกลับคืนมา

รอคอย ตะโกรายสัมพันธ์

รอคอย ช่วงเวลาแห่งความสุข จะกลับมาอีกครั้ง ..

-- 15 ธันวาคม 2544 : อดิศร พาภักดี

ติดตาม เรื่องราวบันทึก " สู่แม่น้ำโขง เชื่อมโยงใจ : ตะโกรายสัมพันธ์ 2545 " กันต่อนะครับ

 

|| Home ||

  Free Hit Counters
Website Hit Counters