เราจะไปทางไหนดี ? ( Where will we go ? )

 

สัปดาห์นี้ผมขอเล่าถึงความรู้สึกสับสนและเป็นกังวลในจิตใจผมซึ่งเป็นเวลาร่วมสองสามเดือนแล้วที่ผมรู้สึกสับสนในอนาคตของประเทศไทยภายใต้การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพราะผมไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันจะดีอย่างที่คิดหรือไม่ ? สิ่งที่เริ่มทำให้ผมเห็นชัดขึ้นของระบบทุนนิยมคือความเสื่อมโทรมทางวัฒนธรรมของสังคม การแก่งแย่งแข่งขัน การยึดถือประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ขาดการนับถือผู้อื่น ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายและใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง วิถีชีวิตแบบไทย ๆ ถูกเปลี่ยนแปลง เพราะการเปิดรับกระแสโลกาภิวัฒน์มากเกินไปจนทำให้คนหลงวัฒนธรรม

สภาพสังคมทุกวันนี้ล่อแหลมมาก สื่อทุกอย่างประเคนถึงบ้านทำให้เด็กรับรู้ข้อมูลซึ่งยังไม่ได้ผ่านการกรอง ไม่รู้ว่าอะไรควรรับรู้ อะไรไม่ควรรับรู้ อะไรจริง อะไรไม่จริง ผู้ใหญ่ก็ไม่มีเวลาแนะเพราะต้องใช้เวลาส่วนมากในการหารายได้ จนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว เราใช้เวลานอกบ้านมากกว่าในบ้าน นับวันเรายิ่งเลียนแบบต่างชาติ เราขาดความเป็นตัวของตัวเองเยอะมาก เราค้นหาตัวเองไม่เจอ

ผมเฝ้าสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้งเสร็จก็ต้องมีการแถลงนโยบายการบริหารประเทศ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจก็จะแปรเปลี่ยนไปตามผู้มีอำนาจแต่ละยุคแต่ละสมัยแตกต่างกันออกไป เมื่อเปลี่ยนการบริหารก็จะเกิดการชะลอการให้บริการของข้าราชการเพราะต้องรอฟังนโยบาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือ ประชาชน

มองในด้านการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตของประชาชนที่เกิดผลกระทบจากระบบทุนนิยม คือการที่คนมีความรู้สึกว่าตัวเองจะกลายเป็นคนตกยุค กลัวว่าตัวเองจะล้าหลังกว่าคนอื่น กลัวว่าตัวเองจะเชยในหมู่เพื่อนฝูง จึงทำให้เกิดการแสวงหา สร้างหนี้สิน เพราะปัจจุบันการกู้ยืมง่ายมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อน ( ส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นกับดักตัวร้ายในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะเมื่อดอกเบี้ยเงินกู้ถูกปรับขึ้นเราจะแย่ ) คนปัจจุบันลืมคำว่า “ ประหยัด “ ไปเสียแล้ว

ที่ผมสับสนว่าเราจะไปทางไหนดีคือผมไม่รู้จริง ๆ ว่าผลลัพธ์สุดท้ายของระบบทุนนิยมมันคืออะไร ? แต่สิ่งที่ผมเห็นในปัจจุบันของระบบทุนนิยมคือ สังคมยุคนี้กลายเป็นปลาใหญ่กินปลาน้อย มือใครยาวสาวได้สาวเอา กอบโกยเข้าตนเองก่อนคนอื่นค่อยว่ากัน สังคมถูกสั่งสอนว่าคนฉลาดเท่านั้นที่จะอยู่รอด ไม่เกรงกลัวต่อบาป คนปัจจุบันหวังเอาผลประโยชน์ระยะสั้น ไม่ได้คิดว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ขอให้ปัจจุบันสบายก็พอ ผมอยากเห็นการส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างในอดีต ไม่อยากเห็นวัดต้องไปตั้งในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่อยากเห็นควายต้องไปเก็บไว้ในสวนสัตว์ ไม่อยากเห็นวิถีชีวิตของชาวชนบทต้องถูกเปลี่ยนไปจากการทำร้ายของระบบทุนนิยม

ผมมีความคิดเห็นส่วนตัวว่าระบบทุนนิยมได้ไม่คุ้มเสีย เรามีความสุขสบายในปัจจุบัน แต่ต้องแลกกับความลำบากในอนาคต เพราะทรัพยากรเราได้ถูกนำออกมาใช้อย่างไม่บันยะ บันยัง รุ่นลูก รุ่นหลาน ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ประเทศไทยยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ลองผิดลองถูกมาทุกยุค ทุกสมัย อย่าไปเลียนแบบต่างชาติเลย เรามีดีอยู่มากมาย แต่เราขาดเพียงความเป็นเอกภาพ

สุดท้ายขอฝากถึงมิตรสหาย ว่าง ๆ แวะทานข้าวกับผม และ ช่วยแนะนำผมทีว่า เราจะไปทางไหนดี จะอยู่อย่างจน ๆ ไม่สร้างหนี้ ไม่ตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีดีมั้ย ? หรือ จะต้องตามกระแสโลกาภิวัฒน์ใช้ชีวิตของวันนี้ให้คุ้มค่า ไว้วันหน้าค่อยว่ากัน ? อดเป็นห่วงอนาคตที่กำลังถูกทุนนิยมล่าจริง ๆ คิดขึ้นมาทีไรเสียวไส้ทุกที เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ตกอยู่ในกับดักของระบบทุนนิยม … เฮ้อ !

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

30/01/2549

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600