หุ้นส่วน ( Partnership )

 

สวัสดีมิตรสหายทุกท่านครับ คงโล่งอกกันไปพอสมควรที่บ้านเมืองสามารถผ่านพ้นความวุ่นวายมาอีกหนึ่งสัปดาห์ ( จริง ๆ แล้วไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเลย … หยุดเถอะครับ หันหน้าเข้าหากันและคุยกันให้เข้าใจเถอะครับ ผมไม่อยากเห็นประชาชนต้องมารับกรรม ) ผมเฝ้าติดตามข่าวความวุ่นวายมาโดยตลอด ประจวบเหมาะกับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนรู้จักเกี่ยวกับชีวิตคู่หลังแต่งงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำมาถ่ายทอดความรู้สึกให้ทุกท่านได้อ่าน บทความในสัปดาห์นี้ที่ผมขึ้นหัวว่า “ หุ้นส่วน ” ผมขอนำเสนอคำว่า หุ้นส่วน ในแง่มุมที่ผมจะยกตัวอย่างมา 3 ประเภท ดังนี้ หุ้นส่วนทางธุรกิจ , หุ้นส่วนชีวิต และ หุ้นส่วนทางการเมือง

 

หุ้นส่วนทางธุรกิจ : การร่วมลงทุนทำธุรกิจใด ๆ ก็ตาม เป้าหมายหลักของทุกคนคือการประสบความสำเร็จ ซึ่งจะใช้ตัวผลกำไรเป็นดัชนีชี้วัด แต่ขบวนการสู่ความสำเร็จนั้นไม่ง่ายเพราะหุ้นส่วนแต่ละรายจะต้องอาศัยความอดทนในการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ทุกคนได้วางไว้ร่วมกันตั้งแต่ครั้งแรกก่อนร่วมมือกันก่อตั้งบริษัท หรือ ห้างร้าน การประสบปัญหาทางด้านความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันของหุ้นส่วน และ สภาพคล่องทางด้านเงินหมุนเวียนทางธุรกิจ เป็นปัญหาธรรมดา ๆ ที่ทุก ๆ ธุรกิจ จะต้องเผชิญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้คือ ความจริงใจของหุ้นส่วนที่มีให้ต่อกัน เมื่อมีการจัดตั้งร่วมกัน ก็ต้องมีการร่วมรับผิดชอบต่ออุปสรรคที่ได้เผชิญด้วยกัน หุ้นส่วนอย่าได้ทิ้งกันโดยเด็ดขาด หุ้นส่วนต้องมีการทำความเข้าใจร่วมกัน ถ้ากิจการจะไม่สามารถเดินต่อไปได้ก็ให้เกิดจากการตัดสินใจของหุ้นส่วนทุก ๆ คน ร่วมกันตัดสินใจ หรือ ถ้ากิจการเกิดผลกำไร ก็จงแบ่งปันผลกำไรกันอย่างยุติธรรมอย่าได้เอาเปรียบกัน จึงจะไม่ทำให้หุ้นส่วนเกิดการกินแหนงแคลงใจกัน ธุรกิจก็จะสามารถดำรงอยู่ได้ หุ้นส่วนทางธุรกิจ ก็จะสามารถเลี้ยงชีพต่อไปได้ และสายสัมพันธ์ของหุ้นส่วนก็สามารถสืบต่อไป

 

หุ้นส่วนชีวิต : ผมได้ยินบ่อยมากในเรื่องชีวิตหลังแต่งงาน ซึ่งได้รับฟังจากปากของเจ้าของความคิดเองก็หลายครั้ง คือ การจะเข้าสู่พิธีสมรส หรือ สมรสแล้ว จะไม่ยอม จดทะเบียนสมรส เพราะ ไม่ต้องการร่วมรับผิดชอบต่อธุรกรรมที่อีกฝ่ายได้ทำไว้ หรือ จะทำในอนาคต ในมุมมองผมกลับมองว่าการตกลงปลงใจเพื่อใช้ชีวิตคู่กันแล้วนั้นถือว่าเป็น “ หุ้นส่วนชีวิต “ ดังนั้นคู่สามี ภรรยา ควรมีความรับผิดชอบต่อชีวิตคู่ร่วมกัน ไม่ควรคิดว่ากลัวตัวเองจะเดือดร้อน ผมยอมรับว่าเมื่อแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันแล้ว การดำเนินการใด ๆ ต่อเอกสารทางราชการจะค่อนข้างยุ่งยากกว่าบุคคลธรรมดาที่ไม่มีคู่สมรส แต่เมื่อมันคือกติกาของสังคมว่าการใช้ชีวิตคู่ เมื่อทำธุรกรรมใด ๆ ให้ถือว่าเป็นบุคคลเดียวกัน สำหรับ ผมยอมรับได้และเต็มใจเพราะถือว่าเมื่อใช้ชีวิตร่วมกันแล้วเราต้องร่วมหัวจมท้ายกันให้ตลอดรอดฝั่ง อย่าทิ้งกันในยามลำบาก บางคนบอกว่าแยกกระเป๋ากันไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ตังค์ใคร ตังค์มัน ผมยิ่งรู้สึกงงกันไปใหญ่ แต่เรื่องส่วนบุคคลนะ ผมไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวหรือเสนอแนะอะไรได้ ผมได้แต่รับฟัง และ ยึดถือในแนวคิดของผมเองโดยตลอด ( มุมมองของผมในเรื่องหุ้นส่วนชีวิต อาจจะไปกระทบต่อความรู้สึกของบางท่าน ต้องขออภัย ไว้ ณ ที่นี้นะครับ เพราะนี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งบางท่านอาจจะมีเหตุผล และ มุมมองที่แตกต่างกันออกไป )

 

หุ้นส่วนทางการเมือง : การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ , ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรในหมู่การเมือง ประโยคเหล่านี้ยังไม่สามารถลบเลือนของจากจิตใจของผมและของหลาย ๆ คนได้ เพราะเห็นได้ชัดจากการลาออกของ 2 รมต . เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของนักการเมืองเด่นชัดขึ้น ในสภาวะที่ผู้นำประเทศตกเป็นเสือลำบาก 2 รมต . นั้นกลับกระโดดหนีโดยอ้างคำว่า “ จริยธรรม “ มาบังหน้า ถ้าท่าน 2 รมต . นั้นไม่ยอมรับตำแหน่ง และ ไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลก่อนที่จะเกิดความวุ่นวายขนาดนี้มาตั้งแต่แรก ท่านจะได้รับการสรรเสริญเยินยอเป็นอย่างสูง แต่ท่านปฏิบัติตัวอย่างนี้ ท่านทิ้ง “ หุ้นส่วน “ ของท่านไปทั้ง ๆ ที่เขากำลังอยู่ในสภาวะคับขัน ท่านไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ ? ท่านกำลังประเมินสถานการณ์ว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่รอด ผู้นำกำลังจะโดนโค่นอำนาจ จึงได้กระโดดหนีเพื่อไปอาศัยกระแสของอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะคิดว่าฝ่ายนั้นจะสามารถโค่นรัฐบาลได้ และ เลือกตั้งครั้งหน้า ท่านจะหาเสียงโดยยกประเด็นการแสดงความชอบธรรมว่าท่านรับไม่ได้ในการบริหารประเทศครั้งนี้จึงแสดงจุดยืนด้วยการลาออกจากรัฐมนตรีเพื่อรักษาจริยธรรมทางการเมืองเหรอ ? และหวังว่าคนจะเลือกท่านเหรอ ? ท่านอาจจะทำถูกใจของคนหลายคน แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่าท่านเห็นแก่ตัว ท่านไม่ควรมาทำงานเพื่อบ้านเมืองหรอก ท่านได้หนีเอาตัวรอดโดยทิ้งหุ้นส่วนทางการเมืองของท่าน ขนาดหุ้นส่วนของท่าน ๆ ยังทิ้ง แล้วนับประสาอะไรกับประชาชนตาดำ ๆ จะฝากความหวังไว้กับท่านได้อย่างไร ?

 

ทั้งหลาย ทั้งปวง ในมุมมองของผมต่อการแสดงความรับผิดชอบในการเป็นหุ้นส่วนใด ๆ ก็ตาม คือ การร่วมหัวจมท้าย ในยามลำบาก หุ้นส่วนต้องไม่ทิ้งหุ้นส่วน เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อน การคบหาสมาคมกันอย่าหวังเพียงเพื่อผลประโยชน์เป็นหลัก ควรมองในมิตรภาพที่ยั่งยืน ตัวอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้คือการขัดแย้งผลประโยชน์ ทะเลาะไม่เลิก บ้านเมืองจะเดือดร้อนอย่างไร ข้าไม่สน ข้าสนอย่างเดียวคือ เอาชนะ เพื่อความสะใจ ผมอยากเห็นเมืองไทยเป็นสังคมที่ให้เกียรติกัน ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่มาทะเลาะกันให้เด็กดู ทุกคนควรรักษากติกาของบ้านเมือง ขัดแย้งกันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ขอให้อยู่ในกรอบกติกา เปิดใจให้กว้าง รับฟังให้เยอะ คิดให้รอบคอบ ยึดมั่นในศีลธรรม และ รักษาสัมพันธภาพให้ยั่งยืน จึงจะเรียกว่าเป็นหุ้นส่วนที่ดีตลอดกาล

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

06/02/2549

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600