มวยไทย ( Thai Boxing )

 

สวัสดีทุกท่านในสัปดาห์ที่อุณหภูมิทางสังคมและการเมืองกำลังปะทุขึ้นถึงขีดที่ใกล้จะถึงจุดเดือดอีกครั้ง สังเกตได้จากการออกมาประกาศตัวของคู่ชกนอกจอซึ่งนับว่าเป็น มวยคู่เอก ในขณะนี้คือคู่ชกระหว่าง พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับ พณฯนายกรัฐมนตรี พ . ต . ท ดร . ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะว่าเป็นมวยถูกคู่ ขณะเดียวกันก็ได้เห็นมวยอีกคู่หนึ่งที่กำลังจด ๆ จ้อง ๆ กันถือว่าเป็น คู่รอง ของรายการ คือ เสธ . แดง กับ พล . ต . อ . เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผมเห็นการประกบคู่ชกกันแล้วทำให้ผมนึกถึงสมัยผมเป็นเด็กเพราะผมเกิดและเติบโตข้างวิทยาลัยพลศึกษา จ . อุดรธานี เนื่องจากบ้านผมอยู่ติดกับริมรั้วของวิทยาลัยพลศึกษา จ . อุดรธานี พ่อของผมเป็นภารโรงอยู่ที่นั่น และ

แม่ของผมก็ขายข้าวแกงที่บ้าน ซึ่งจะมีนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษามาใช้บริการเยอะมาก มีทั้งจ่ายสด และ เปิดเครดิตไว้กับแม่ผม ซึ่งในวัยเด็กผมต้องเสิร์ฟอาหาร ล้างแก้ว ล้างจานให้แม่ และ อาศัยช่วงวันหยุด หรือ ตอนเย็น ๆ ที่ไม่มีแขก แวะเข้าไปเล่นกีฬาในวิทยาลัยพลศึกษากับเพื่อน ๆ บางทีก็ติดตาม ปู่กับตา ไปดูมวยไทย ซึ่งเขาจะมีชกกันประมาณ 3 วันของทุกอาทิตย์ในวิทยาลัยพลศึกษา โดยเป็นนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษา หรือ บางครั้งก็อาจารย์ขึ้นชกเพื่อสะสมคะแนนตามวิชาเรียน เผอิญว่าอาจารย์ฝึกสอนวิชาพลศึกษาสมัยผมเรียนชั้นประถมก็เป็นนักศึกษาอยู่ที่นั่น และ ก็ขึ้นชกเหมือนกัน ผมจึงได้ติดตามเชียร์บ่อย ๆ

ผมมีความรู้สึกว่านักศึกษาพลศึกษาของที่นั่นในสมัยที่ผมเป็นเด็กแต่ละคนจะมีความเด่นของเรื่องกีฬาที่ตนถนัดซักประเภทหนึ่งซึ่งจัดว่าเก่งมาก ๆ เขาจะมีชมรมของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นชมรมมวยไทย ชมรมมวยสมัครเล่น ชมรมฟุตบอล ชมรมกระบี่กระบอง ฯลฯ นักศึกษาแต่ละคนของที่นั่นก็จะมีน้ำใจความเป็นนักกีฬาที่ผมสามารถสัมผัสได้ ในทุก ๆ ครั้งที่ผมเข้าไปดูเขาต่อสู้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักมวยไทยที่ขึ้นชก ทุกครั้งที่ผมเห็นอีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถึงเลือดตกยางออก อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ซ้ำเติม แต่กลับชี้ให้คู่ต่อสู้หรือกรรมการ ยุติการชกเพื่อดูอาการก่อนเสมอ เสน่ห์ของมวยไทยเวลาผมเข้าไปนั้นผมมักเชียร์มวยเป็นต่อ เพราะผมชอบลีลาของมวยต่อ มวยไทยทั้งหมดมี 5 ยก แต่ โดยมากที่เห็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงเป็นต่อนั้นมักจะออกอาวุธในยก 4 ยก 5 และจะออกอาวุธแม่ไม้มวยไทยที่สวยงามมาก ผลการชกออกมาโดยมากมวยเป็นต่อก็มักจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ ๆ ในสมัยเด็กเวลาผมเชียร์มวยก็จะมีพนันกับปู่กับตาของผม และ โดยมากผมจะเป็นฝ่ายเดาถูกตลอด ดังนั้นแกจึงชอบพาผมไปช่วยดูมวยเวลาแกจะเล่นพนันกับใคร ๆ ( เชื่อหลาน แต่ บางครั้งก็เจ๊ง !... ฮา ฮา )

ส่วนมากนักศึกษาของที่นั่นจะมาจากทั่วทุกสารทิศ ดังนั้นความเป็นอยู่ในบางครั้ง ของพวกเขาก็จะลำบาก เขาจึงมาอาศัยที่บ้านผมซึ่งเปิดเป็นร้านขายข้าวแกง โดยขอกินก่อนแล้วจ่ายทีหลัง ซึ่งแม่ของผมจะมีบัญชีรายชื่อลูกหนี้ยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว จากการที่นักกีฬาเหล่านั้นมาใช้บริการที่บ้านผมบ่อย ๆ ผมจึงมีความรู้สึกประทับใจ ต่อความรักเพื่อนของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักมวย เขาจะมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่ ในตัวเองสูง รักเพื่อนพ้อง ยึดมั่นในคำสัญญา ผมเชื่อว่านิสัยของ นักมวยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักมวยไทยของเราทุกคนในปัจจุบัน ก็จะมีนิสัยที่น่าคบอย่างนี้เช่นกัน ข่าวที่ออกมาว่านักมวย ดังแล้วลืมตัว ลืมบ้าน ลืมเมีย สำหรับผมแล้วผมไม่เชื่อโดยเด็ดขาด

แต่ผมคิดว่านักมวยที่เป็นข่าวเหล่านั้นเขากำลังทำอะไรเพื่ออนาคตของครอบครัวนั่นแหละแต่ไม่อยากให้แม่บ้านหนักใจ เพราะถ้าปรึกษาแม่บ้าน คำปรึกษามักจะออกไปในทำนองที่ว่าไม่อยากให้เขาคบเพื่อนฝูง หาว่าเพื่อนฝูงจะพาเขาไปเสียคน หาว่าเพื่อนฝูงจะมายืมตังค์ แต่แม่บ้านลืมคิดไปว่า นักมวยเหล่านั้นได้ดีเพราะเพื่อนฝูงก็เยอะนะ ดังนั้นคนที่จะมาเป็นวีรบุรุษในใจผมได้ต้องมีความรักพวกพ้องและครอบครัวแบบเท่าเทียมกัน ( รักแบบรางคู่ )

 

คราวนี้วกกลับมายัง มวยคู่เอก กับ คู่รอง ที่ผมเอ่ยถึงตั้งแต่ครั้งแรกนั้น ถ้าจะให้มองให้ดี คือ คู่แรก เป็นรุ่นพี่ท้าต่อยรุ่นน้อง และ คู่รอง เป็นรุ่นน้องท้าต่อยรุ่นพี่ เพราะเท่าที่ทราบกันดีว่าทั้ง 4 ท่านนั้นเป็นนักเรียนเตรียมทหารกันทั้งนั้นแต่ต่างรุ่นกัน ถ้ามองคู่เอก หลายฝ่ายอาจจะพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ไปว่าอาจจะทำให้บ้านเมืองเกิดความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 เพราะการออกมาประกาศชุมนุมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ในครั้งนี้ ถ้าให้มองคู่รอง ผมมองว่าเกิดจากการนึกหมั่นไส้ขึ้นมาของนักรบอย่างเสธ . แดงที่บอกว่า วีรบุรุษต้องผ่านสมรภูมิรบสิ ไม่ใช่จับโจรในธนาคาร เพราะนักรบอย่างเสธ . แดงที่โดน วีรบุรุษนาแก กล่าวพลาดพิงจนทนไม่ได้ จึงออกมาแสดงตัวขอท้าชกในครั้งนี้

 

สำหรับคู่รองถ้าจะว่ากันไปแล้วคงไม่มีอะไรบานปลายไปมากกว่านี้หรอก คงจด ๆ จ้อง ๆ แล้วก็เงียบหายไปเอง แต่สำหรับคู่เอกเนี่ย ผมชักเป็นห่วง เพราะทั้งคู่จริงๆ เป็น ฮีโร่ของผมเลยก็ว่าได้ เมื่อออกมาปะทะ กันอย่างนี้ ผมในฐานะแฟนพันธุ์แท้ลำบากใจมากเพราะไม่รู้จะเข้าข้างใคร ตอนนี้ก็ยังดีที่ยังไม่เห็น ฮีโร่ของผมอีกคนออกมาร่วมชุมนุมเลย เขาคนนั้นคือ แอ๊ด บาว เพราะ ฮีโร่ทั้ง 3 ท่านนั้นมีอิทธิพลทางด้านความคิดของผมและของคนหลาย ๆ คน ผมได้ฟังพลตรี จำลอง ศรีเมือง ให้สัมภาษณ์ ทางไอทีวี จริง ๆ แล้ว ท่านนั่งอยู่ใน สอง สถานะคือ สถานะของการเป็นลูกน้องป๋าเปรม กับ สถานะของการเป็นผู้ชักจูงและส่งเสริมให้การสนับสนุน พ . ต . ท ดร . ทักษิณ ชินวัตร ให้เข้ามาสู่เส้นทางการเมือง ท่านจำเป็นต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองในขณะนี้ จึงเสนอให้นายกลาออก เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายต่อไป แต่ก็เปิดทางให้พูดคุยกันได้ก่อนวันชุมนุมจริง ( ขอให้พูดคุยกันให้เข้าใจนะ อย่าให้ต้องยืนคนละข้างเลย พี่ กับ น้อง ) ฟังท่านพลตรี จำลอง ศรีเมือง ให้สัมภาษณ์แล้วก็เข้าใจในตัวท่าน แต่สำหรับผมแล้วไม่อยากให้เหตุการณ์มุนลุกลามไปมากกว่านี้ อยากให้ นั่งคุยกัน พี่สอนน้อง และ น้องต้องรับฟังพี่ และ น้องต้องเก็บเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไว้เป็นบทเรียนในการบริหารประเทศ และปล่อยให้การบริหารประเทศครบ 4 ปี จากนี้ไป 3 ปีที่เหลือ ถ้านายกรัฐมนตรี ไม่ยอม แก้ไข หรือ ปรับปรุง ส่วนที่หลาย ๆ ฝ่ายทักท้วงไว้ ประชาชนก็ไม่ต้องเลือกอีกต่อไป จะเป็นการลงเวทีอย่างสวยหรู ไม่ใช่การตะโกนโห่ร้อง ขว้างปา สิ่งของขึ้นเวที เหมือน นักมวยชกแบบไม่สมศักดิ์ศรีแล้วกรรมการไล่ลงเวที

 

ฮีโร่ของผมต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล แต่อยากให้ทุกฝ่าย มีน้ำใจแบบนักมวย หน่อย คือ เมื่อฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ก็หยุดให้อีกฝ่ายซับเลือด ทาวาสลีน เพื่อห้ามเลือดก่อน เปิดโอกาสให้ชกจนครบยก เพราะ ถ้าน็อคกันก่อนครบยก แล้วฮีโร่ของผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ ปล่อยให้เขาออกลีลา วาดลวดลายแบบมวยมีครู มีชั้นเชิงหน่อยเถอะ เมื่อครบยกก็ให้ประชาชนที่เป็นกรรมการตัดสินว่าใครสมควรเป็นผู้ชนะ ตั้งแต่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ผมเลือกพรรคพลังธรรม และ ไทยรักไทย มาโดยตลอด แต่ตอนนี้ พอฮีโร่ของผมออกมาฟัดกันเอง ต่อไปผมไม่รู้จะเลือกใครแล้วล่ะ สงสัยต้องเลือก “ พรรคไผเป็นไผ “ แล้วล่ะมั้ง ? บ้านเมืองเราเดี๋ยวนี้มันแปลกเกิดอาการปีนเกลียวกันบ่อยเหลือเกิน รุ่นพี่ กับรุ่นน้อง ฟัดกันนัวเนีย ไม่น่ามีเหตุการณ์อย่างนี้เลย มานั่ง ๆ นึกดูเนี่ย ถ้าบรรดาฮีโร่ของผม นำคำขวัญประจำชมรมของเราไปใช้คงไม่เกิดอาการปีนเกลียวกันได้เนอะ “ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “ มีอะไรนัดพูดคุยกัน ให้อภัยกัน ถ้อยที ถ้อยอาศัยกันไม่ต้องเป็นข่าวให้สังคมมานั่งซุบซิบนินทาก็น่าจะดีกว่า แต่อย่างว่าแหละผมเป็นเด็กไปเสนอแนะผู้ใหญ่ก็คงไม่เป็นการดี ก็ปล่อยให้ ฮีโร่ ของผม ว่ากันไปเอง ไผเป็นไผ ให้เขารู้กันไปเลย ช่วงนี้บรรดาฮีโร่ของผมต้องไปหาฮีโร่มัยซินมาทานแก้ปวดหัวล่ะมั้ง ? แต่ยังไงก็ฝากถึงฮีโร่ของผมก็แล้วกันจะทำอะไรกันก็ขอให้เลียนแบบน้ำใจของนักมวยไทยเราหน่อยนา … สวัสดีจ้ะ

 

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

20/02/2549

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600