ต่างชนะด้วยกันทุกฝ่าย ( Win – Win Situation )

 

ขณะนี้เป็นข่าวดีของบ้านเมืองเราที่บรรดาคนเก่งคนดีต่างออกมาแสดงตนให้สังคมได้รับทราบ เก่ง หรือ ดี จริงหรือเปล่า เรามิอาจจะหยั่งรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ เจ้าตัวนั่นแหละที่จะรู้ตัวเองว่าตัวเองมีดี และ ตัวเองมีเสียที่จุดใด ต่างฝ่าย ต่างอวด ขุมกำลัง ตนเอง ถ้าเป็นเด็ก ๆ รุ่น ๆ ตามประสาลูกทุ่ง ก็คงต้องบอกว่า “ กำลังโชว์กล้าม “ คือ เหล่าบรรดาผู้นำกำลังโชว์กล้ามกันอยู่ ทั้งผู้นำม็อบ และ ผู้นำประเทศ ถ้าให้ผมพูดตามประสาผมที่ติดตามข่าวตลอดเวลาก็คงต้องบอกว่า “ ปากดี “ กันทั้งนั้น กลายเป็นสงครามน้ำลายไปเสียแล้ว ปากบอกว่าอยากคุยกันแต่ต่างฝ่ายต่างกลัวเสียหน้า เสียเกียรติ เสียศักดิ์ศรี แล้วเมื่อไหร่จะได้คุยกันเสียทีล่ะครับท่าน ? พวกท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังใช้พลังงานของบ้านเมืองไปเท่าไหร่แล้ว ค่าไฟ ค่าน้ำมัน บุคคลากรในการที่ต้องออกมาอารักขาพวกท่านไม่ให้เกิดความรุนแรงงบประมาณที่ต้องสูญเสียไป เคยคิดกันบ้างมั้ยครับท่านผู้นำทั้งหลาย ไหนบอกว่ารักชาติ ประหยัดช่วยชาติ โอ้โห … ใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำมันกันเพื่อสนับสนุนสงครามน้ำลายกันอย่างสิ้นเปลืองเสียเหลือเกิน ท่านทั้งหลายเมื่อไหร่จึงจะยุติกันเสียที เราคนไทยควรรักกัน ให้อภัยกัน การกระทำของผู้เก่งกล้าทั้งหลายในขณะนี้กำลังทำให้ชาติอื่นหัวเราะเยาะเราอยู่ เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองดีกว่าผู้อื่นมันจึงทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในปัจจุบัน สังเกตให้ดีว่าคนไทยของเราเนี่ยเก่ง ๆ กันทั้งนั้น แต่จะไม่ค่อยเสียสละหรอก ไม่ค่อยอยากลงมือทำ แต่อยากช่วยเสนอแนะ อยากวิจารณ์ เขาเรียกว่า “ ไม่ค่อยมีเวลามาช่วยเหลือ แต่จะปลีกเวลามาซ้ำเติม “ เชื่อว่าคนทำงานหลาย ๆ ท่านก็จะสามารถสัมผัสได้กับพฤติกรรมของคนรอบข้างของท่านเองในสถานที่ทำงานของท่าน

หลาย ๆ ท่านคงพอจะเคยได้ยิน Win –Win Situation คือการอยู่ในสภาพของการเป็นผู้ชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย การจะทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ได้ก็ด้วยการให้การยอมรับซึ่งกันและกัน มีความยืดหยุ่น ผ่อนปรน เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำความเข้าใจในความคิดเห็นของผู้อื่น และ มีความจริงใจให้กัน มันจะเกิดผลลัพธ์ได้ก็ต่อเมื่อทุกคนยอมลดทิฐิ ลดอารมณ์ความโกรธ ความเกลียด ของตัวเอง และ มานั่งคุยกันด้วยเหตุด้วยผล อย่าใช้อำนาจบาดใหญ่ หรือใช้กำลังสนับสนุนที่ตัวเองมีอยู่มาเป็นตัวตัดสินปัญหา ตอนนี้ผู้นำม็อบก็ทำตัวเหมือนผู้ประกาศมวยในเวทีมวยลาสเวกัส แต่งตัวคล้ายลิเกขึ้นไปทุกวัน ส่วนผู้นำประเทศ ก็กำลังตีกรรเชียงเต้นฟุตเวิร์คยังกับนักมวยประเภทบ็อกเซอร์ ถอยฉากและรอต่อยจังหวะสอง สุดท้ายตัวท่านทั้งหลายนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียสุขภาพจิต แพ้สังขารตัวเอง เดี๋ยวก็ป่วย ไม่เป็นห่วงสุขภาพตัวเองบ้างเหรอครับ ผมรู้ว่าพวกท่านเป็นห่วงประเทศ เป็นห่วงประชาชน แต่ตอนนี้ผมว่าพวกท่านล้ำเส้นมากไปแล้วล่ะ ถลุงพลังงานของประเทศมากไปแล้วล่ะ สงสาร ทหาร ตำรวจ และ ประชาชน อย่างจริง ๆ จัง ๆ บ้างเถอะ ผู้นำอย่างพวกท่านที่มีสิทธิ์ขึ้นเวทีแสดงคารมได้มีกันไม่กี่คน ขอให้ไปพูดไปคุยกันให้จบเถอะครับ อย่าปล่อยให้ไทยมุง ต้องวิ่งหนีเตลิดเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดการปะทะ กันเลย หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมก็เห็นผู้นำอยู่รอดปลอดภัย แต่คนเดือดร้อนคือบรรดาผู้สนับสนุนที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวก่อนการปะทะเพราะเขาไม่มีหน่วยข่าวกรองเหมือนพวกท่าน

คนเราเมื่อร่ำเรียนมาสูง ผ่านหลักสูตรการอบรมมานักต่อนัก มักจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ดูประวัติแต่ละคนเก่ง ๆ กันทั้งนั้น ผมว่าเก็บแรงและสมองของพวกท่านมาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติเราดีกว่า “ หันหน้าเข้าหากันเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย “ สุดท้ายก็ไม่มีใครจะใหญ่เกินโลงศพหรอกครับ … สวัสดี

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

06/03/2549

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600