เพื่อน ( Friend )

  .... คำ ๆ นี้มีความหมายมากในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ การจะประสบความสำเร็จได้ แน่นอนปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นย่อมมาจากการได้รับการสนับสนุนจากคนที่หยิบยื่นมิตรภาพให้เรา ลำพังตัวเราเองจะกระทำการใด ๆ ให้สำเร็จลุล่วงได้นั้นยากนักที่จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย หรืออาจจะไม่ประสบความสำเร็จเลยก็เป็นได้ หรือถ้าสำเร็จก็เลือดตาแทบกระเด็น เราเองต้องมีเครือข่าย ต้องมีทีมงานที่รู้ใจจึงจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้

ในยามที่เราคิดท้อแท้ต้องการคำปรึกษา เพื่อนแท้ มักจะเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆในการถูกเรียกใช้งาน การจะคบกันให้ยืนยาวเพื่อนไม่จำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบอะไรกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะความรวย ความจน ความสามารถ คำว่าเพื่อนไม่จำเป็นต้องมีเรื่องราวเหล่านี้เข้ามายุ่งเกี่ยว แน่นอนว่าการคบหาสมาคมกันเมื่อมนุษย์เราเริ่มเติบโตขึ้น การให้ความสำคัญกับครอบครัวก็ต้องมีมากขึ้น ดังนั้นเวลาในการที่จะพบปะเพื่อนก็เริ่มจะน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขาดหายไปเลยเสียทีเดียว เราต้องมีการสื่อสาร มีการติดต่อ ถึงแม้ไม่ได้เจอหน้า เพียงได้ยินเสียงก็จะทำให้ความรู้สึกของความเป็นเพื่อนยังคงสืบสานต่อไป

พูดถึงคำว่า “ เพื่อน “ ในอดีตผมมักจะโดนตำหนิจากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่มาโดยตลอดว่าชอบคบคนมั่ว โง่มักโดนหลอก เพราะไม่ทันคน แต่โดยนิสัยส่วนตัวของผมแล้วนั้นผมชอบการเรียนรู้ ชอบหาประสบการณ์ใหม่ ๆ บางครั้งผิดพลาดโดนหลอกบ้างผมก็จะรู้ตัวเสมอว่าเราควรจะหยุดการคบหาเมื่อใด มันก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตจากการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงชนิดหนึ่ง แต่ยากนักที่จะอธิบายให้ผู้หลักผู้ใหญ่เข้าใจในวัยที่ผมแสวงหาเพื่อน พึ่งจะเมื่อเร็ว ๆ นี้เองที่แม่ผมได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมครอบครัวผมและลูกน้อย ซึ่งการมาครั้งนี้ของแม่ผมทำให้ผมมีความรู้สึกดีใจมากที่แม่ผมได้เอ่ยปากว่า “ เออ … เพื่อนเยอะนะ ใครเป็นใครบ้างเหรอ ? เพื่อนดี ๆ ก็ขอให้รักษาเอาไว้นะ ดีใจด้วยที่ผมมีเพื่อนมาแสดงความยินดีต่อการมีสมาชิกใหม่ของผมมากมาย “ แม่ผมดีใจและแปลกใจว่าบางคนพึ่งคบหาสมาคมกับผมเพียงไม่กี่ปีแต่หยิบยื่นไมตรีให้ผมแบบเหนือความคาดหมาย ผมดีใจในการที่แสดงให้แม่ได้ประจักษ์ต่อสายตาว่าการถือปฏิบัติตนของผมตั้งแต่สมัยเด็กจนปัจจุบัน ได้ส่งผลดีต่อชีวิตของผม

ผมเข้าใจในความรู้สึกของผู้เป็นแม่ในความห่วงใยที่มีให้ลูกทุก ๆ คน อยากให้ลูกเป็นคนดี ดังนั้นคำสอนของแม่ก็จะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่วัฒนธรรมของครอบครัวใครจะเป็นอย่างไร สำหรับครอบครัวผมถูกบ่มเพาะมาแบบ “ ปล่อยให้มีอิสระทางด้านความคิด อยากเรียนอะไรก็เรียน เพราะแม่ผมพูดเสมอว่าแม่ไม่มีความรู้ที่จะแนะนำแต่ให้ลูกคิดเองว่าอะไรดีก็ทำ ( อะไรไม่ดีแม่ผมตีตาย ) “ ชีวิตผมจึงออกไปในทางโชคดีที่ครอบครัวผมไม่เคยบังคับประจวบเหมาะกับมีเพื่อนดี ๆ ผมจึงมีวันนี้ วันที่มีความพอเพียง ไม่ร่ำรวย แต่มีมิตรสหายคอยให้ความช่วยเหลือ

ในอดีตผมอาจจะมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับพ่อแม่ต่อการห้ามปรามผมในการคบหาสมาคมคน แต่ปัจจุบันเมื่อถึงวัยที่เราเริ่มแยกแยะได้ผมมีความเข้าใจในความหวังดีนั้น ผมโชคดีที่พบเจอ เพื่อนแท้ มากกว่า เพื่อนปลอม ชีวิตผมจึงเดินทางไปในทางที่ดี การจะจำแนกว่าใครคือเพื่อนแท้ ใครคือเพื่อนปลอม ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา ตัวเราเองเท่านั้นที่จะสามารถแยกแยะได้ ใช้ประสบการณ์นั้นในการเรียนรู้ แต่อย่าถลำลึกจนเราต้องฉิบหายเพราะเพื่อนปลอม การมีเพื่อนดีกว่าไม่มี หาให้เจอใครคือ เพื่อนแท้ และพยายามรักษามิตรภาพให้ยืนยาว เมื่อถึงคราวที่ตัวเราเอง หรือเพื่อนผิดพลาดพลั้งไป ต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน เราควรพึงระลึกเสมอว่า การสร้างมิตรภาพ ต้องใช้เวลาในการสานสายสัมพันธ์อย่างยาวนานจึงจะปรากฏ “ เพื่อนแท้ “ แต่การสร้างศัตรูเราใช้เวลาแค่ชั่วพริบตาเราก็สามารถสร้างศัตรูขึ้นมาได้ทันที จงอย่าปล่อยให้ชีวิตก้าวสู่วัยชราด้วยการปราศจากเพื่อน เพราะเราจะกลายเป็นผู้เดียวดายในบั้นปลายชีวิต ในยามที่เรายังมีลมหายใจจงแสวงหาความเป็นมิตรมากกว่าการแสวงหาศัตรู แล้วชีวิตเราจะเป็นสุข … สวัสดี

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

03/04/2549

 

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600