เสี่ยว ( Buddy )

 

“ เสี่ยว “ เป็นคำนาม ที่คนอีสานใช้เรียก “ เพื่อนแท้ เพื่อนรัก เพื่อนเกลอ เพื่อนคู่หู เพื่อนที่รู้ใจ เพื่อนตาย “ แต่คำว่า “ เสี่ยว “ มักถูกนำมาสื่อความหมายแบบผิด ๆ ในหนังหรือละครที่ฉายกันเกลื่อนกลาดในบ้านเรา โดยเป็นการนำเสนอถึงความเฉิ่มของคนอีสาน หรือ นำเสนอถึงคนอีสานยากจนที่เดินทางเข้ามาในเมืองกรุงแล้วโดนดูถูกเหยียดหยาม ถูกเยาะเย้ยถากถางว่าเป็นคนบ้านนอกคอกนา รูปชั่วตัวดำ หน้ากราม ( อาจจะเหลี่ยมบ้างก็ว่าไปตามท้องเรื่องนะ ) แต่ผู้เขียนบทหนังหรือละครหารู้ไม่ว่าคำว่า “ เสี่ยว “ เป็นคำที่คนอีสานมีความภาคภูมิใจมากถ้าพบว่ามีคนไว้วางใจยกระดับให้เป็น “ เสี่ยว ” นั่นหมายถึง เขาได้พบเพื่อนแท้ ได้พบเพื่อนตาย สามารถฝากผี ฝากไข้ได้ จึงมีการ “ ผูกเสี่ยว “ กันเกิดขึ้น

ผมมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนอีสาน ไม่ได้เขียนเชียร์คนอีสานใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมสัมผัสได้จากความสัมพันธ์ทางสายเลือด ถึงแม้ในความเป็นจริงผมเกิดและเติบโตในตัวมือง และอาศัยในตัวเมืองมากกว่าชนบท แต่ญาติโกโหติกา ของผมส่วนใหญ่จะอยู่ในชนบท และเผอิญไร่ และ นาของ พ่อ และ แม่อยู่ในชนบท ซึ่งในช่วงวัยเรียนมีช่วงที่ครอบครัวของผมขัดสนมาก พ่อ กับ แม่ต้องเลือกทำอาชีพทำไร่ และ ทำนาเสริม เพราะต้องการให้ลูก ๆ ได้เรียนจนจบ เพราะฉะนั้นผมจึงได้ติดสอยห้อยตาม พ่อกับแม่เข้าไปทำไร่ และ ทำนา จึงทำให้ผมได้สัมผัสกับชีวิตของคนชนบท

สงกรานต์ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่า ซึ่ง พ่อกับแม่ตั้งใจจัดขึ้นเพื่ออุทิศบุญ กุศลให้กับ ปู่ ตา และ ยาย ของผม โดยนำไปทอดยังวัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ผมเคยเข้าไปทำไร่ ทำนา คือ บ้านของปู่ นั่นเอง ครั้งนี้เดินทางเข้าไปพบว่าหมู่บ้านได้พัฒนา เจริญรุ่งเรือง ทางด้านวัตถุ กว่าเมื่อก่อนเยอะมาก ถนนหนทางทอดยาวจากตัวเมืองถึงหมู่บ้าน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความสามัคคีของชาวบ้าน ที่ร่วมแรง ร่วมใจ สร้างบุญสร้างกุศล งานนี้แหละที่บรรดา เสี่ยว ได้พบกัน เสี่ยว ได้ช่วยเหลือกัน เสี่ยว สนุกสนานสำมะเลเทเมาร่วมกัน ผมทำหน้าที่เป็นคนขับรถปิคอัพเพื่อแห่ต้นเงิน แห่รอบหมู่บ้าน และ รอบโบสถ์ ซึ่งนำขบวนโดยชาวบ้าน ทั้งหนุ่ม สาว และ ผู้เฒ่า ผู้แก่ ฟ้อน เซิ้ง ผมเห็นบรรดา เสี่ยว ดวดเหล้าขาวกอดคอเดินยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงพิณ เซิ้งเดินหน้าถอยหลัง ( กว่าจะถึงวัดก็เล่นเอาขาผมเกือบเป็นตะคริวเพราะปิคอัพเกียร์ธรรมดา ) ไปตามถนนหมู่บ้านพร้อมกับมีสายน้ำที่สาดจากสองฟากถนน เพราะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี และปิดท้ายขบวนด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ ติดตั้งเครื่องเสียง เสียงดนตรีพื้นบ้านอีสานโซโล่พิณ เท่านั้นที่เรียกความสนุกสนานให้กับขบวนแห่

เสร็จจากพิธีทอดผ้าป่า ผมก็ได้รับประทานอาหารร่วมวงกับ ญาติ ๆ และ ชาวบ้านที่มาร่วมงาน งานนี้บ้านผมเป็นเจ้าภาพ ดังนั้น ตกกลางคืนผมจึงถูกวางให้ทำหน้าที่ดีเจ เปิดคาราโอเกะ เอาใจแขก สลับกับนั่งดริ๊ง กับ ญาติ ๆ เป็นภาพที่มีความประทับใจมากที่ ญาติ พี่น้อง ได้มาพบปะกัน พร้อมกันนี้ “ เสี่ยว “ ของพ่อ ของแม่ และ ของ ญาติ ๆ ผู้ใหญ่ของผมได้พบเจอกัน แนะนำลูกหลานและเล่าถึงเรื่องราวในอดีตอย่างสนุกสนาน แต่ลึก ๆ ในใจของผมในห้วงเวลานั้นกลับรู้สึกว้าเหว่ เพราะผมมีความรู้สึกว่าวิถีชีวิตของรุ่นผม คือ รุ่นหลานของตระกูล ซึ่งอยู่ในช่วงรอยต่อที่ความสัมพันธ์ของหลาน ๆ กำลังจะเลือนหายไป การสืบทอดประเพณีโบราณไม่ว่าจะงานบุญต่าง ๆ รุ่นผมไม่มีใครที่จะเข้ามาเป็นตัวหลักได้เลย ต่างคนต่างพลัดถิ่นฐานแยกย้ายกันทำมาหากิน แทบจะไม่ได้พบปะกัน นึกขึ้นมาทีไรก็รู้สึกวังเวงขึ้นมาในใจทุกทีถึงอนาคตที่มันจะต้องเป็นไป ในขณะที่นั่งเขียนบทความอยู่นี้ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ของเครือญาติสืบสานต่อไป จะทำอย่างไรให้เครือญาติสืบสานประเพณีที่ทางรุ่นปู่ - ย่า , ตา - ยาย ได้เคยทำดีไว้แล้ว และจะทำอย่างไรที่จะสามารถคงความหมายที่ถูกต้องของคำว่า “ เสี่ยว “ ต่อไปยังรุ่นลูก รุ่นหลาน

ผมอยากให้คนกรุงลองไปใช้ชีวิตในชนบทดูบ้างแล้วท่านจะรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมชุมชนคนพื้นบ้าน รู้ถึงประเพณีปฏิบัติ รู้ถึงแก่นสารของการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง บางทีคำพูดที่ออกจากปากในเชิงเหยียดหยาม “ ทำไมเสี่ยวจังวะ ? “ หรือคำว่า “ บักเสี่ยว “ ที่ท่านใช้เรียกคนอีสานนั้นความหมายที่แท้จริงมันคืออะไร ? คนอีสานลึกซึ้งกับคำว่า “ เสี่ยว “ ขนาดไหนท่านจะได้รู้ซึ้ง ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าก็จะไปเรียกคนนั้น คนนี้ว่า เสี่ยว ไปตราหน้าว่าเขาเป็น “ ลาว “ คน อีสานคือคนอีสานมิใช่เสี่ยว เสี่ยวคือเสี่ยวมิใช่ลาว จะเรียก เสี่ยว ได้ต้องได้รับเกียรติอย่างสูงส่งจากคนอีสานนะ ( ไม่ได้โม้ ) ผมไม่อยากเห็นการบิดเบือนความหมายของคำว่า “ เสี่ยว “ จึงได้ขออนุญาตพรรณนาถึง “ เสี่ยว “ ในสัปดาห์นี้และขอจบความหมายของคำว่า “ เสี่ยว “ ณ บัดนี้เทอญ ( รักเสี่ยวเสมอ )

 

คนล่าฝัน

รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง

24/04/2549

 

 

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600