อย่าปล่อยให้คนอื่นทำให้คุณตกต่ำ ( Don't let others makes you down ) )

... ผมนั่งคิดทบทวนอยู่นานพอสมควรว่าจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะอาจจะทำให้ตัวละครในเรื่องนี้ ( จริง ๆ แล้วมีตัวตนจริง )เกิดความรู้สึกโกรธผมขึ้นมาได้ แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วก็น่าจะนำมาเป็นคติคอยเตือนใจชาวตะโกรายสัมพันธ์ได้จึงได้ตัดสินใจนั่งเขียน ความจริงเหล่านี้ขึ้นมา เรื่องราวมีอยู่ว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้รับคำทักทายผ่าน MSN จากน้องในหมู่บ้านคนหนึ่งว่า " ใครเป็นคนตัดสินใจเลือกวันในการจัดเลี้ยงปีใหม่? ใครตัดสินใจเรื่องกำหนดเงินรายหัวของงานเลี้ยง? ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย ! ไม่มีการทำแบบสรุปสอบถามแล้วตัดสินใจเอง รับรองได้เลยว่างานนี้จะกร่อยแน่ " ผมได้รับข้อความลักษณะนี้แน่นอนว่าใจลึก ๆ ของผมย่อมไม่พอใจ แต่ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองและถามย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ? น้องคนนั้นบอกว่า "วันที่ 23 ใครเลือกล่ะเพราะหลายคนไม่ว่างแล้วจะจัดกันได้ไง? ผมจึงตอบกลับไปว่า " พี่และเพื่อนบ้านที่เป็นโต้โผหลักไม่เคยเลือกวันที่จะจัดงานเลยตลอดเวลาที่ผ่านมาเราทำอะไรมากมายแต่เราไม่เคยแจ้งอะไรให้ใครทราบ" และวันนั้นคนที่เลือกมีใครบ้าง ผมก็ไล่ชื่อให้น้องเขาฟังทั้งหมด ผมขอเล่าภูมิหลังให้สมาชิกตะโกรายสัมพันธ์ฟังนิดหนึ่งว่า ในซอยหมู่บ้านผม ผมมีความสนิทสนมกับเพื่อนบ้านที่ผมนับถือคนหนึ่งซึ่งนับถือในความมีน้ำใจและเรามักจะนั่งชนแก้วกันบ่อย ๆ ซึ่งย้อนหลังไปเมื่อ 4 ปีก่อน ผมและพี่คนนี้ได้เกิดความคิดในการจะทำอย่างไรให้คนในซอยสามัคคีกันจึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมปีใหม่ขึ้นทุกปี โดยผมและพี่คนนี้ ( เราสองคนจัดว่าเป็นโต้โผหลัก )ได้ร่วมกันจัดหาอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงในทุกรูปแบบและได้เชิญเพื่อนบ้านในซอยให้ร่วมกิจกรรมนี้ โดยมีการแลกเปลี่ยนของขวัญกัน ก็เป็นที่สนุกสนานจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่การทำงานกับคนส่วนใหญ่ก็ย่อมมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา เพราะทัศนคติของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน แต่ผมและพี่คนนี้ไม่เคยท้อเรายังมุ่งหน้าสร้างสรรค์ต่อไป เพราะหากเราไม่ทำแล้วใครจะลงมือทำ ( พวกผมประเภทคนชอบแส่ )


หลังจากผมรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากน้องคนนี้ ผมก็ถือโอกาสเปิดใจน้องคนนี้ว่าทำไมเขาจึงมีคำถามเช่นนี้มายังผม? ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรจึงทำให้ผมได้รู้ว่า การถือตัวเองเป็นที่ตั้ง และขาดการสื่อสาร แล้วคิดไปเองของคนจะก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้ ผมหมายถึงหลังจากที่ลำดับเหตุการณ์ได้ว่า ทำไมน้องเขาจึงแสดงพฤติกรรมอย่างนี้ออกมา " เพราะเขาไม่พอใจ คน ๆ หนึ่ง แล้ว ก็ไม่อยากจะร่วมกิจกรรม เพราะคิดว่าร่วมแล้วก็จะไม่สนุก และพาลมายังผมว่าจะจัดทำไมไม่สอบถามความคิดเห็นส่วนรวมก่อน " ซึ่งในความเป็นจริงเสียงส่วนใหญ่ในซอยเลือกวันที่ 23 และให้ผมช่วยทำเอกสารแจ้งวันจัดงานโดยที่ผมไม่ได้เป็นคนกำหนดเลยแต่น้องคนนี้ไม่รู้เพราะเขาบอกว่าไม่มีใครบอกอะไรเขาเลยจึงทำให้เขาคิดว่าผมเป็นคนกำหนดทุกอย่างเอง ซึ่งผมได้ให้แนวคิดน้องคนนี้ไปว่า " อย่าใช้อคติในการคบคน ใครจะเป็นอย่างไรก็เรื่องส่วนตัวเขา เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้เราก็ต้องเปลี่ยนตัวเราเอง เราไม่สามารถบังคับดวงอาทิตย์ให้ไปขึ้นทางทิศตะวันตก แล้วมาตกทางทิศตะวันออกได้ แล้วเราจะกลุ้มทำไม งานเลี้ยงมีคนเยอะแยะไม่คุยกับคนนั้นพวกพี่ก็อยู่ไม่เห็นเป็นไร " เขาได้ยินดังนั้น เขาก็บอกผมว่าคิดแล้วเชียวว่าถ้ามาคุยเรื่องนี้กับผม ผมจะไม่เข้าใจและผมก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ เขาพูดไปก็เสียเวลาเปล่า งานนี้เขาไม่ร่วมแน่นอน ผมก็บอกว่า " ลองคิดดูว่ากิจกรรมเช่นนี้เกิดมาเพราะเราต้องการสร้างความสามัคคี หากวันนี้ มีหนึ่งคนบอกว่าไม่เอา ไม่ชอบ ไม่ร่วม แล้วต่อไปเกิดคนที่สอง สาม สี่ คิดบ้าง ก็ยิ่งจะลดจำนวนผู้เข้าร่วมลงเรื่อย ๆ แล้วถึงที่สุดงานนี้ก็จะไม่มี เราจะเอาอย่างงั้นมั้ย? " สุดท้ายน้องคนนี้บอกผมว่าเขาไม่ร่วมแน่นอน ผมจึงบอกว่า " ไม่เป็นไรหากสิ่งใดที่คิดว่าสบายใจก็ทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจ ส่วนพี่ก็จะทำในสิ่งที่พี่สบายใจคือการทำให้ส่วนรวมมีความสุข " น้องเขาทิ้งท้ายว่าแต่ก็ยังดีที่วันนี้ทำให้รู้ว่าพี่เลือกใคร " แน่นอนครับผมเลือกคนส่วนใหญ่และเพื่อส่วนรวมใครก็จะมาขวางความคิดของผมและจะทำให้ความตั้งมั่นของผมตกต่ำไม่ได้เด็ดขาด คุณก็เช่นกันถ้าคิดว่าสิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจงทำมันเถอะและอย่าให้ทัศนคติลบของคนอื่นมาทำลายความตั้งใจจริงของคุณโดยเด็ดขาด…คุณเท่านั้นที่จะเป็นคนลิขิตชีวิตคุณ

 

 

 

คนล่าฝัน

รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง

11/12/2549

 

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600