ความรักแบบรางคู่ ( Dual Track Loving )

 

เบิกฟ้าใสรับขวัญปีใหม่ กายใจเปี่ยมสุข พรั่งพรูด้วยทศพรมงคล รับปีจอ 2549 สัปดาห์นี้วางคอลัมน์ช้าไปนิดหนึ่งเพราะมัวแต่ฉลองปีใหม่นานไปหน่อย แต่ยังไงก็ถือโอกาสอวยพรปีใหม่ก็ยังไม่ถือว่าสายนะครับ สัปดาห์ที่แล้วผมเกริ่นทิ้งท้ายไว้ว่ารอพบกับความรักในแบบฉบับของผม ดังนั้นสัปดาห์นี้ผมจึงทำตามสัญญาที่จะนำความรักมาเปิดเผยซึ่งไม่ถือว่าเป็นเคล็ดลับอะไรทั้งสิ้น แค่เพียงอยากนำมาแชร์ความคิดกับท่านผู้อ่านเท่านั้นเองครับ

เบื้องต้นมนุษย์เราสมัยที่ยังโสดถือว่ามีอิสรภาพต่างก็ดิ้นรนขวนขวายหาคู่ครอง วาดฝันอยากจะมีชีวิตคู่ มีครอบครัวที่อบอุ่น นำเสนอแต่สิ่งดี ๆ ให้กับเป้าประสงค์ ( คือว่าที่คู่ครอง … ถ้าโชคเข้าข้าง เสมือนกับท่อนเพลงที่ร้องว่า “ ฉันไม่กินเหล้าไม่สูบยานะ … ฉันก็ไม่ยุ่งไม่ขี้บ่น “ ) ในการครองสถานภาพโสดนี้เองที่เรามีเพื่อนฝูงรายล้อม เพื่อนมีอิทธิพลต่อความคิดเรามากที่สุด ร่วมหัวจมท้ายกันแทบจะทุก ๆ เรื่อง ในขณะที่ว่าที่คู่ครองยังไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของเราใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะเราไม่ยอมเปิดเผยส่วนเสียของตัวเอง เมื่อความรัก ความผูกพัน เริ่มขยับขึ้นมาถึงขั้นเรียกว่าแฟน เราจะเริ่มห่างเพื่อน เริ่มให้ความสัมพันธ์เพื่อนน้อยลง และ คนที่เริ่มมีอิทธิพลต่อความคิดของเราจะกลับกลายมาเป็นแฟนแทนเพื่อน ขั้นตอนนี้บางคนถึงขนาดต้องเสียเพื่อนเพราะเชื่อแฟนมากไปก็เคยมี

ช่วงนี้แหละที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าเราเริ่มจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจว่าเราควรจะตกลงใจ “ ไปแต่งงานกัน “ ได้หรือยัง เพราะ การคบกันเราย่อมรู้ดีว่าแฟนเรา กับ ตัวเราเอง มีความเหมาะสมในการที่จะครองชีวิตคู่กันได้หรือยัง ขั้นตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเริ่มจะมองเห็นจุดบกพร่องกันแล้วล่ะ แต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ว่าจะกล้าทำความเข้าใจกันหรือเปล่าว่า จุดบกพร่องตรงนั้น หรือ ตรงนี้ ขอปรับจูน ได้มั้ย ? เชื่อได้เลยว่าคงมีไม่กี่คนหรอกที่จะกล้าเอ่ยคำนี้ต่อหน้าแฟนตัวเอง เพราะไม่อยากทำลายน้ำใจกัน ผมขอแนะว่าตรงจุดนี้เราต้องกล้าที่จะทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย อย่าได้ปล่อยให้จุดบกพร่องนี้ลอยนวลเป็นอันขาด เพราะไม่เป็นผลดีต่อชีวิตคู่ในอนาคตแน่นอน ! พอมาถึงขั้น “ จึงตกลงปลงใจไปแต่งงานกัน “ ร้อยทั้งร้อยในโลกนี้ไม่มีมนุษย์ใดในโลกที่อยากจะให้ชีวิตคู่พัง แต่สิ่งที่สำคัญคือการครองตน ว่าเราจะสามารถครองเรือนกันตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ อยู่ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับและให้เกียรติกันเข้าใจกันจึงจะไปรอด

การที่ผมบอกว่า ความรักแบบรางคู่ ก็คือ ทุกคนเริ่มจากการคบหาเพื่อนมาก่อน แต่บางคนพอมีแฟน และ มีชีวิตคู่กลับลดความสำคัญของเพื่อนลงไป เพราะเกรงใจหลังบ้านจนลืมมิตรภาพที่เพื่อนเคยหยิบยื่นให้ จึงทำให้โดดเดี่ยวขาดการติดต่อ ขาดความช่วยเหลือจากเพื่อน เคล็ดที่ไม่ลับของผมคือการให้ความรักของทั้งเพื่อนและคู่ครอง แบบรางคู่ มิตรภาพจะถูกเดินไปบนทางคู่ขนาน ให้เกียรติทั้งสองฝ่าย ไม่ให้เกิดการปะทะกัน มีโอกาสพบเจอกันเมื่อถึงสถานีจอดเป็นบางครั้งเท่านั้น เราต้องต่อสายสัมพันธ์ทั้งเพื่อนทั้งคู่ครองจนกว่าชีวิตเราจะจากไปบนโลกนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเราโดดเดี่ยว หมั่นต่อขยายรางไปจนไม่มีที่สิ้นสุด อย่าปล่อยให้ความรักจะต้องมาสุดราง

คำจำกัดความของคำว่า “ เพื่อน “ ที่ผมเอ่ยอ้างนี้หมายถึง คนที่หวังดี และ มีความเอื้ออาทรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นะครับ ที่เขาเรียกว่า เพื่อนแท้ ไม่ใช่การไปคบหาคนแบบไม่เลือกหน้าแล้วพาลทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเด้อ … สิบอกไห่ !

 

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง ”

02/01/2549

อ่านคอลัมน์เก่า :
 
                       
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600