|
ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงกว่าในองค์กรเดียวกันกับผมโดยบังเอิญในร้าน รุ่งเช้ามาทำงาน สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยก็คือว่า ท่านนั้นแอบไปเมาท์กันในกลุ่มของผู้จัดการว่า ได้ไปเจอผมและเพื่อน ๆ แต่ละคนแต่งตัวยังกับกุ๊ย ไปเที่ยวในร้านนั้นมา เงินเดือนกี่ตังค์กัน จึงได้ริอาจไปเที่ยวในสถานที่อย่างงั้น และ ยังมีอีกครั้ง ที่ผมโดนคำพูดที่เสียดแทงจิตใจ เมื่อครั้งที่ผมโดนยิงคำถามจากผู้จัดการท่านหนึ่งว่า ผู้หญิงคนนี้สวยดีนะ ทำงานแผนกอะไร ? ผมตอบกลับไปว่า Customer Service ครับ เป็นแฟนเพื่อนผมเอง ผู้จัดการท่านนั้นเอ่ยกลับมาว่า เงินเดือนกี่ตังค์กันวะ เพื่อนคุณน่ะ แล้วจะมีปัญญาไปเลี้ยงเขาไหวเหรอ ? ท่านรู้มั้ยครับว่าคำพูดเสียดแทงจิตใจเหล่านั้นมันยังก้องอยู่ในรูหูผมตลอดเวลา และ มันเป็นคำพูดที่คอยเตือนสติผมตลอดเวลาว่า คำพูดแบบนี้ผมจะไม่นำมาใช้พูดกับคนอื่นโดยเด็ดขาด เพราะมันเป็นคำพูดที่ดูแคลนคนอื่น และยังมีคำพูดครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมทันทีหลังจากที่ผมได้ฟัง คือ สิ้นเงาผมคอยคุ้มกะลาหัวคุณ คุณจะไปไหนรอด , คุณยังไม่จบปริญญาตรีเลย ใครจะไปจ้างคุณ , คุณคิดว่าคุณเก่งปีกกล้าขาแข็งแล้วเหรอ ? , คุณจะไปทำอะไรให้เขาได้ ความรู้คุณก็แค่นี้ คำพูดเหล่านี้ผมได้รับฟังมาหลังจากที่ผมได้ตัดสินใจที่จะเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการที่จะหารายได้ที่มากขึ้น เพื่ออนาคตข้างหน้าเราจะได้มีครอบครัว ซึ่งเมื่อผมได้รับฟังมา ผมเก็บไว้คอยเตือนสติตัวเอง และ อบรมน้อง ๆ ตลอดเวลาว่า คนเราต้องมอบ โอกาส ให้กับคนอื่นเสมอ จงอย่าปิดกั้นโอกาส และ ทำลาย ความฝันของคนอื่นโดยเด็ดขาด ที่ผมยกตัวอย่างน้องเด็กเสิร์ฟ และ ชีวิตจริงของผมมาให้ทุกท่านได้อ่าน ก็เพราะ ผมต้องการนำเสนอมุมมองให้ท่านได้เห็นคือ ชีวิตจริงของผมเคยโดนดูถูก จากเด็ก ๆ ที่ถูกมองว่าไร้ปัญญา แต่ปัจจุบัน ผมก็ได้รับโอกาสในหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ผมผ่านจุดนั้นมาเพราะผมเป็นคนโชคดีที่ได้รับโอกาสดี ๆ มาสู่ชีวิต และ ผมไม่ทิ้งเรื่องการศึกษา ผนวกกับโชคดีที่ผมได้ผ่านขบวนการเรียนรู้ ในเรื่องของคำว่ามิตรภาพ ความจริงใจ และความรู้ด้านวิชาการ จากการไปใช้ชีวิตที่ เทคโนโคราช มาพอเป็นวัคซีนป้องกันตัวได้ จึงได้มีวันนี้ ( วันที่พออยู่ พอกิน จัดอยู่ประเภทยังยากจน แต่ไม่จนน้ำใจนะจ๊ะ ) มองกลับไปอีกด้านหนึ่ง ที่ผมเอ่ยไว้แล้วว่าผมนึกเป็นห่วงถึงอนาคต ชีวิตของน้องเด็กเสิร์ฟ ที่ยังอยู่ในวัยเรียน แต่ต้องออกมาทำงานพิเศษ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว เราไม่รู้ว่าเด็กเหล่านั้นจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีอย่างที่พวกเราได้สัมผัสมาหรือไม่
ดังนั้นกิจกรรมตะโกรายสัมพันธ์ ก็เช่นกันเรามอบโอกาส และ สิ่งดี ๆ ให้เด็ก ๆ ในถิ่นทุรกันดาร ก็เพราะเราต้องการให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสได้สัมผัสถึง ความรัก ความห่วงใย ซึ่งมักจะหาไม่ได้ง่ายนักในสังคมปัจจุบัน เพื่อวันข้างหน้า เขาจะได้นำความรัก ความห่วงใย ที่เราได้มอบให้นี้ หล่อหลอมจิตใจให้เขามีความเอื้อฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับผู้อื่น อันจะเป็นรากเหง้าของการทำให้เกิดเป็นสังคมที่น่าอยู่สืบต่อไป สัปดาห์นี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้นะครับ แล้วเจอกันสัปดาห์หน้า
คนล่าฝัน รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง 28/11/2548
|
|||||||||||
| ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ | ||||||||||||
| ประมวลภาพกิจกรรม Copyright 2001-2005 design by Takorai
Group , Korat Thailand. |