โอกาส ( Opportunity )

 
.......สวัสดีเช้าวันจันทร์ครับ พี่น้อง ผอง เพื่อน ตะโกรายสัมพันธ์ ทุกท่าน สัปดาห์นี้ผมขอพรรณนาถึงคำว่า โอกาส แล้วกันนะครับ เพราะ ไปได้แรงบันดาลใจมาเมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์หลังจากได้แวะไปรับประทานอาหารเย็นกับ ญาติ ๆ ที่ ร้านอาหารแถบ เลียบวงแหวนบางนา วันนั้น คนเยอะมาก และ ผมได้สังเกต เห็นพนักงานเสิร์ฟในร้านยังเป็นเด็ก ๆ โดยมากแล้วเป็นผู้หญิง สอบถามแล้วอายุ ราว ๆ 15 – 16 ปี เท่านั้นเอง ( ยัง อยู่ในวัยเรียน ซึ่งมาหารายได้พิเศษช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ต้องขอชื่นชมในความขยัน ) คอยเสิร์ฟอาหารบริการแขกอย่างขยันขันแข็ง คอยรองรับอารมณ์แขกที่หงุดหงิด คอยฟังคำพูดที่ลูกค้าถากถาง ผมนั่งนึกมองไปข้างหน้าถึงอนาคตของเขาเหล่านั้น ซึ่งนึกขึ้นมาทีไร ก็เป็นห่วงถึงความเป็นอยู่ของเขาไม่ได้ว่าอนาคตของเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร

ทำให้มองย้อนกลับมาดูตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นช่างซ่อมให้บริการลูกค้า ซึ่งในครั้งนั้น ( ประมาณ 9 -10 ปีก่อน ) ผมเองก็ยังมองหาอนาคตตัวเองไม่เจอ รายได้ก็ยังน้อย ( ตอนนั้นจบ ปวส . มาใหม่ ๆ ) พอใช้จ่ายไปวัน ๆ มีครั้งหนึ่งที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ในคาราโอเกะใต้ทางด่วนดินแดง กับ เพื่อนในก๊วนตะโกราย นี่แหละ ( ไม่ขอเอ่ยนาม เดี๋ยวโดนฟ้อง ) ตามประสาหนุ่มโสดเพื่อนเยอะ คืนนั้นดันไปเจอเจ้าหน้าที่

ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงกว่าในองค์กรเดียวกันกับผมโดยบังเอิญในร้าน รุ่งเช้ามาทำงาน สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยก็คือว่า ท่านนั้นแอบไปเมาท์กันในกลุ่มของผู้จัดการว่า ” ได้ไปเจอผมและเพื่อน ๆ แต่ละคนแต่งตัวยังกับกุ๊ย ไปเที่ยวในร้านนั้นมา เงินเดือนกี่ตังค์กัน จึงได้ริอาจไปเที่ยวในสถานที่อย่างงั้น “ และ ยังมีอีกครั้ง ที่ผมโดนคำพูดที่เสียดแทงจิตใจ เมื่อครั้งที่ผมโดนยิงคำถามจากผู้จัดการท่านหนึ่งว่า “ ผู้หญิงคนนี้สวยดีนะ ทำงานแผนกอะไร ? “ ผมตอบกลับไปว่า “ Customer Service ครับ เป็นแฟนเพื่อนผมเอง “ ผู้จัดการท่านนั้นเอ่ยกลับมาว่า “ เงินเดือนกี่ตังค์กันวะ เพื่อนคุณน่ะ แล้วจะมีปัญญาไปเลี้ยงเขาไหวเหรอ ? “ ท่านรู้มั้ยครับว่าคำพูดเสียดแทงจิตใจเหล่านั้นมันยังก้องอยู่ในรูหูผมตลอดเวลา และ มันเป็นคำพูดที่คอยเตือนสติผมตลอดเวลาว่า คำพูดแบบนี้ผมจะไม่นำมาใช้พูดกับคนอื่นโดยเด็ดขาด เพราะมันเป็นคำพูดที่ดูแคลนคนอื่น และยังมีคำพูดครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมทันทีหลังจากที่ผมได้ฟัง คือ “ สิ้นเงาผมคอยคุ้มกะลาหัวคุณ คุณจะไปไหนรอด “ , “ คุณยังไม่จบปริญญาตรีเลย ใครจะไปจ้างคุณ “ , “ คุณคิดว่าคุณเก่งปีกกล้าขาแข็งแล้วเหรอ ? “ , “ คุณจะไปทำอะไรให้เขาได้ ความรู้คุณก็แค่นี้ “ คำพูดเหล่านี้ผมได้รับฟังมาหลังจากที่ผมได้ตัดสินใจที่จะเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการที่จะหารายได้ที่มากขึ้น เพื่ออนาคตข้างหน้าเราจะได้มีครอบครัว ซึ่งเมื่อผมได้รับฟังมา ผมเก็บไว้คอยเตือนสติตัวเอง และ อบรมน้อง ๆ ตลอดเวลาว่า คนเราต้องมอบ โอกาส ให้กับคนอื่นเสมอ จงอย่าปิดกั้นโอกาส และ ทำลาย ความฝันของคนอื่นโดยเด็ดขาด

ที่ผมยกตัวอย่างน้องเด็กเสิร์ฟ และ ชีวิตจริงของผมมาให้ทุกท่านได้อ่าน ก็เพราะ ผมต้องการนำเสนอมุมมองให้ท่านได้เห็นคือ ชีวิตจริงของผมเคยโดนดูถูก จากเด็ก ๆ ที่ถูกมองว่าไร้ปัญญา แต่ปัจจุบัน ผมก็ได้รับโอกาสในหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ผมผ่านจุดนั้นมาเพราะผมเป็นคนโชคดีที่ได้รับโอกาสดี ๆ มาสู่ชีวิต และ ผมไม่ทิ้งเรื่องการศึกษา ผนวกกับโชคดีที่ผมได้ผ่านขบวนการเรียนรู้ ในเรื่องของคำว่ามิตรภาพ ความจริงใจ และความรู้ด้านวิชาการ จากการไปใช้ชีวิตที่ “ เทคโนโคราช “ มาพอเป็นวัคซีนป้องกันตัวได้ จึงได้มีวันนี้ ( วันที่พออยู่ พอกิน จัดอยู่ประเภทยังยากจน แต่ไม่จนน้ำใจนะจ๊ะ )

มองกลับไปอีกด้านหนึ่ง ที่ผมเอ่ยไว้แล้วว่าผมนึกเป็นห่วงถึงอนาคต ชีวิตของน้องเด็กเสิร์ฟ ที่ยังอยู่ในวัยเรียน แต่ต้องออกมาทำงานพิเศษ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว เราไม่รู้ว่าเด็กเหล่านั้นจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีอย่างที่พวกเราได้สัมผัสมาหรือไม่

แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้เขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จในชีวิต ผมเองก็อยากจะฝากถึงสมาชิกตะโกรายสัมพันธ์ ทุกท่าน นะครับ ว่าถ้าท่านได้มีโอกาสได้ไปใช้บริการตามร้านอาหารต่าง ๆ ก็ขอให้ใช้บริการด้วยความเป็นสุภาพชน อย่าได้มองเขาเป็นคนต้อยต่ำที่คอยมารองรับอารมณ์ของเรา รายได้ที่เขาได้รับเป็นรายวันที่ไม่มากนัก แต่เขาหวังจากติ๊บ
ที่แขกคอยหยิบยื่นให้ เขาเองก็มีฝัน ไม่แตกต่างจากเรา ๆ ทั้งหลาย จงให้เกียรติเขา อย่าได้ไปทำลายโอกาสของเขาเหล่านั้น เขาเองก็มองหาโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เช่นเดียวกับที่พวกเราก็มองหาเช่นกัน เพียงต่างกันที่ภาระหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องเผชิญ เราในฐานะที่เคยผ่านจุดที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่เราทำได้คือมอบสิ่งดี ๆ ให้เขา

ดังนั้นกิจกรรมตะโกรายสัมพันธ์ ก็เช่นกันเรามอบโอกาส และ สิ่งดี ๆ ให้เด็ก ๆ ในถิ่นทุรกันดาร ก็เพราะเราต้องการให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสได้สัมผัสถึง ความรัก ความห่วงใย ซึ่งมักจะหาไม่ได้ง่ายนักในสังคมปัจจุบัน เพื่อวันข้างหน้า เขาจะได้นำความรัก ความห่วงใย ที่เราได้มอบให้นี้ หล่อหลอมจิตใจให้เขามีความเอื้อฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับผู้อื่น อันจะเป็นรากเหง้าของการทำให้เกิดเป็นสังคมที่น่าอยู่สืบต่อไป สัปดาห์นี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้นะครับ แล้วเจอกันสัปดาห์หน้า

 

 

คนล่าฝัน

“ รักพี่ รักเพื่อน รักน้อง “

28/11/2548

อ่านคอลัมน์เก่า :
ความสัมพันธ์ / โอกาส /ชีวิตของคุณอยู่ที่คุณจะกำหนด / ถนนชีวิต

 

 
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ประมวลภาพกิจกรรม
 

 

Copyright 2001-2005 design by Takorai Group , Korat Thailand.

Best view : 800X600